วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558


รายชื่อผู้เข้าอบรมงาน "ศาสตร์แห่งการสร้างรถ SQL อย่างมืออาชีพ" ในวันที่ 7-8 มีนาคม ที่ รร.คิงส์ปาร์ค อเวนิว ถ.ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ
คุณธานินทร์ จ.อุดรธานี
ร้านตูนคาร์ออดิโอ จ.สงขลา
ร้านธีระวัฒน์ จ.ศรีสะเกษ
ร้านสายชล แอร์แอนด์ซาวด์ จ.ศรีสะเกษ
ร้านโชควัฒนา จ.บึงกาฬ
ร้านช่างดุง จ.ร้อยเอ็ด
ร้าน NA Sound จ.ระยอง
ร้าน เก่งคาร์ออดิโอ ปลวกแดง
ร้าน SQ+ จ.ระยอง
ทีมงาน X-Ray 5 ร้านค้า
รวมแล้วตอนนี้ 14 ร้านค้า ท่านใดยังมิได้จองต้องรีบแล้วนะครับเพราะรับจำนวนจำกัด


อันนี้เป็นนิตยสารออนไลน์ครับเข้าไปอ่านได้ฟรีครับมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษครับผม
ลองเข้าไปหาอ่านกันดูได้นะครับ
http://www.caraudiorally.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B9%8B%E0%B8%99-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89/

ย่านความถี่กับการปรับแต่ง

มาทำความรู้จักกับย่านเสียงเพื่อการปรับแต่ง

เสียงต่ำ(ช่วงความถี่ 30-110Hz) คือเสียงต่ำของคลื่นเสียงที่มากระทบกับตัวเรา ได้แก่ความถี่ของ ดับเบิ้ลเบส  ซับเบส กลองกระเดื่อง
เสียงกลาง(ช่วงความถี่ 110-3540Hz) คือเสียงกลางต่ำ กลาง และกลางสูง ซึ่งเสียงนี้มีชินดนตรีอยู่หลายชนิดเช่น  กลองสแนร์  กลองทอม กีตาร์  ไวโอลิน แซกโซโฟน คาริเน็ต ฟรุ๊ต เสียงร้องของทั้งผู้หญิงผู้ชาย
เสียงสูง(ช่วงความถี่ 3540-20000Hz) คือเสียงความถี่สูงที่มีชิ้นดนตรีที่เรารู้จักกันจะน้อยกว่าชิ้นดนตรีย่านเสียงกลาง เช่นเสียง เบล เสียงเคาะแก้ว เสียงปลายแฉ เสียงสูงของออแกน เสียงปิกโกโล่  เปียโน  พิณฝรั่ง  เป็นต้น

- เสียงร้องประเภท Bass: เป็นเสียงร้องระดับต่ำของผู้ชาย จะมีความถี่หลักระหว่าง 70Hz-380Hz และจะมีความถี่รองระหว่าง 380Hz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Baritone: เป็นเสียงร้องระดับกลางของผู้ชาย จะมีความถี่หลักระหว่าง 90Hz-400Hz และจะมีความถี่รองระหว่าง 400Hz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Tenor: เป็นเสียงร้องระดับสูงสุดของผู้ชาย จะมีความถี่หลักระหว่าง 130Hz-500Hz และจะมีความถี่รองระหว่าง 500Hz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Alto: เป็นเสียงร้องระดับต่ำสุดของผู้หญิง จะมีความถี่หลักระหว่าง 160Hz-950Hz และจะมีความถี่รองระหว่าง 950Hz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Soprano: เป็นเสียงร้องระดับสูงของผู้หญิง จะมีความถี่หลักระหว่าง 210Hz-1.2kHz และจะมีความถี่รองระหว่าง 1.2kHz-10kHz

การอบรม "ศาสตร์การสร้างรถ SQL อย่างมืออาชีพ"



                                                                      รับจำนวนจำกัด

หูกับการได้ยิน

หูกับการได้ยิน
หูมนุษย์เป็นตัวการสำคัญของการได้ยินคลื่นเสียง  ทำให้เกิดการรับรู้รับฟัง และทำให้ระบบของการสื่อสารด้วยคลื่นเสียงครบสมบูรณ์  การรับรู้คลื่นเสียงโดยมนุษย์เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมาแม้ว่าที่ผ่านมาจะได้มีการค้นคว้าโดยนักวิจัยค้นคว้าหลายต่อหลายคน ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบที่สมบูรณ์ได้ตลอดไปตนถึงการวิเคราะห์วิจัยเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างค่าที่ได้จากเครื่องมือวัดความดังของเสียงกับความรู้สึกต่อเสียงของหูมนุษย์
หูมนุษย์ประกอบด้วยส่วนของหู 3 ส่วน คือส่วนแรกหูส่วนนอก (Outer Ear) ประกอบด้วยใบหู ช่องหู และเยื่อแก้วหู  ส่วนที่สองหูส่วนกลาง (Middle Ear) ประกอบด้วยกระดูกรูปค้อน กระดูกรูปทั่ง และกระดูกรูปโกลน และส่วนที่สามหูส่วนใน (Inner Ear) ประกอบด้วยหน้าต่างรูปไข่ หลอดครึ่งวงกลม 3 หลอดและกระดูกก้นหอย
หูมนุษย์ ประกอบด้วยส่วนประกอบของหู 3 ส่วน คือ หูส่วนนอก หูส่วนกลาง หูส่วนใน การได้ยินเสียงของหูมนุษย์เป็นดังนี้  คลื่นเสียงเมื่อผ่านช่องหูเข้ามา  ทำให้เยื่อแก้วหูเกิดการสั่นเยื่อ แก้วหูถูกต่อกับกระดูกรูปค้อน กระดูกรูปค้อนจึงสั่นตาม  ส่งผ่านไปให้กระดูกรูปทั่งและกระดูกรูปโกลน สั่นตามไปด้วย หูส่วนกลางต่อกับส่วนบนของลำคอ โดยมีท่อยูสเตเชียน เป็นตัวทำให้อากาศผ่านเข้าไปยังหูส่วนกลางขณะกลืน  เพื่อให้ความดันในหูส่วนกลางเท่ากับความดันในอากาศ  กระดูกรูปโกลนต่อกับหน้าต่างรูปไข่ เพื่อส่งผ่านการสั่นของคลื่นเสียงเข้าไปในหูส่วนใน  ที่มีหลอดครึ่งวงกลม 3 หลอดต่อกับกระดูกก้นหอย  ภายในมีการบรรจุของเหลว ที่ช่วยในการส่งถ่ายคลื่นเสียงอยู่ในรูปของความดันไปทำให้เยื่อบาชิล่าร์  ที่มีปลายประสาทสัมผัสอยู่และอยู่ในกระดูกก้นหอย รับรู้คลื่นเสียงที่ส่งเข้ามา เยื่อบาชิล่าร์นี้ ยังสามารถแยกแยะความถี่เสียงที่รับได้ คลื่นเสียงถูกประสาทสัมผัสรับรู้เสียง ส่งต่อไปให้สมองทำการแปลงการรับรู้เป็นการได้ยินเสียงต่อไป
            ความดังเสียงและการได้ยิน
            ความดังเสียงก็คือระดับแรงกดดันของเสียงที่เคลื่อนที่ไปในอากาศไปทำให้มนุษย์เกิดความรู้สึกและได้ยินเสียงนั้น แรงกดดันของเสียงในอากาศน้อยความดังเสียงก็น้อย แรงกดดันของเสียงในอากาศมาก ความดังเสียงก็มาก หูมนุษย์สามารถได้ยินเสียงดังแรงมากขึ้นเป็นลำดับ หากแรงกดดันของเสียงในอากาศมากเกินไป ความดังของเสียงมีระดับสูงมาก จนอาจเป็นอันตรายต่อการได้ยินเสียงของหูมนุษย์ได้
ความถี่เสียงและความดังเสียง
เสียงที่กำเนิดขึ้นมาจากแหล่งกำเนิดต่างๆ จะมีความถี่เสียงที่แตกต่างกัน บางแหล่งกำเนิดอาจทำให้ เสียงความถี่ต่ำ และบางแหล่งกำเนิดอาจจะทำให้เสียงความถี่สูง ความถี่เสียงที่แตกต่างกันนี้เองเป็นตัวกำหนดระดับเสียงดนตรีในรูปแบบต่างๆ ออกมา และใช้เป็นตัวแยกแยะช่วงระดับเสียงที่ถูกกำเนิดขึ้นมาในเครื่องดนตรีแต่ละชนิด
ความถี่เสียงที่มีระดับความถี่แตกต่างกัน ย่อมมีผลต่อระดับแรงกดดันของเสียงในอากาศแตกต่างกัน ในบางช่วงความถี่อาจมีแรงกดดันของเสียงในอากาศสูง  และบางช่วงความถี่อาจมีแรงกดดันของเสียงในอากาศต่ำลง ความแตกต่างดังกล่าวนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความถี่ที่แตกต่างกัน การทดสอบความดังต่อการตอบสนองความถี่ของหูมนุษย์ถูกเรียกว่า  ทฤษฎีความดังที่เท่ากัน (Equal Loudness Principle)
ทฤษฎีความดังที่เท่ากันนี้มีความสำคัญและเกี่ยวข้องโดยตรงกับนักออกแบบเสียง โดยต้องคำนึงถึงระดับความดังขณะบันทึกเสียงและขณะเล่นเสียงกลับออกมา  ซึ่งจะมีผลต่อระดับเสียงทุ้มและเสียงแหลมที่ได้ออกมา  อาจมากเกินไปหรืออาจลดลงเกือบหมด ความไว (Sensitivity) ในการตอบสนองความถี่ของหูมนุษย์ต่อระดับความดังของเสียง  ความไวการได้ยินเสียงของหูมนุษย์ในระดับความถี่ต่างๆที่มีผลต่อระดับเสียงเปลี่ยนไปที่ความรู้สึกความดังเท่ากัน  การทดสอบความดังทำได้โดยตั้งความถี่เครื่องกำเนิดเสียงมาตรฐานไว้ที่ 1,000 Hz ปรับระดับความดังเสียงไว้ค่าหนึ่ง เช่น 10dB นำเครื่องกำเนิดเสียงใดๆ ที่ปรับความถี่และความดังได้มาเทียบกับเครื่องกำเนิดเสียงมาตรฐานที่ตั้งไว้ โดยปรับความถี่ในค่าต่างๆ ให้มีความดังเท่ากับเครื่องกำเนิดเสียงมาตรฐาน วัดและบันทึกค่าระดับเสียงที่ความถี่ต่างๆไว้ เมื่อเปลี่ยนระดับความดังเสียงของเครื่องกำเนิดเสียงมาตรฐานไปอยู่ในระดับอื่นๆ และทดสอบในลักษณะเดียวกัน จะได้กราฟเส้นอื่นๆ ออกมา เรียงเป็นลำดับกันไป  ผลที่ได้ออกมาบอกให้ทราบว่าเส้นโค้งแต่ละเส้นที่ระดับความดังเดียวกัน มีระดับเสียงในหน่วยระดับ dB-SPL แต่ละช่วงความถี่ไม่เท่ากัน

ความถี่และระดับเสียง
คลื่นเสียงเมื่อเคลื่อนที่ไปโดยมีการแกว่งตัวจากจุดเริ่มต้นไปทางช่วงบวก และกลับมาช่วงลบ จนมาครบตำแหน่งที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เรียกการเคลื่อนที่นี้ว่า  การเคลื่อนที่ครบ 1 รอบคลื่น หรือ 1 ไซเคิล  เมื่อทำการวัดจำนวนรอบคลื่นในการเคลื่อนที่ในเวลา 1 วินาที เราเรียกค่านี้ว่า ความถี่ นั่นคือความถี่เป็นการวัดจำนวนรอบคลื่นในเวลา 1 วินาที(c/s) มีหน่วยความถี่เป็น เฮริตซ์ (Hz) เช่น คลื่นเสียงเดินทางได้ 200c/s หรือ 200 Hz เป็นต้น

แถบความถี่เสียงในทางทฤษฎี มีความถี่ในช่วง 20-20,000 Hz แต่ในทางปฏิบัติจริงแล้ว หูมนุษย์มีความสามารถได้ยินเสียงอยู่ในช่วง 20-18,000 Hz เท่านั้น ความถี่สูงกว่านี้หูมนุษย์ไม่มีความรู้สึกได้ยินเสียงการตอบสนองความถี่เสียงของหูมนุษย์ ยังขึ้นอยู่กับอายุ และอาการป่วยของแต่ละคนด้วย  การสูญเสียการได้ยินเสียงของหูมนุษย์ 

มาลองทดสอบหูเราว่าขีดความสามารถในการรับรู้เสียงได้ขนาดไหน