รับสอนเกี่ยวกับเครื่องเสียงรถยนต์ จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับเครื่องเสียงรถยนต์ รับเขียนกติกาและตัดสินงานแข่งขันเครื่องเสียงรถยนต์ โดยอาจารย์นพดล เสริฐคัมภ์ศร หรือที่ในวงการงานแข่งขันเรียกว่า อาจารย์อั๋น ผู้ชำนาญการกว่า 10 ปีในสถาบันระดับโลก
วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558
รายชื่อผู้เข้าอบรมงาน "ศาสตร์แห่งการสร้างรถ SQL อย่างมืออาชีพ" ในวันที่ 7-8 มีนาคม ที่ รร.คิงส์ปาร์ค อเวนิว ถ.ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ
คุณธานินทร์ จ.อุดรธานี
ร้านตูนคาร์ออดิโอ จ.สงขลา
ร้านธีระวัฒน์ จ.ศรีสะเกษ
ร้านสายชล แอร์แอนด์ซาวด์ จ.ศรีสะเกษ
ร้านโชควัฒนา จ.บึงกาฬ
ร้านช่างดุง จ.ร้อยเอ็ด
ร้าน NA Sound จ.ระยอง
ร้าน เก่งคาร์ออดิโอ ปลวกแดง
ร้าน SQ+ จ.ระยอง
ทีมงาน X-Ray 5 ร้านค้า
รวมแล้วตอนนี้ 14 ร้านค้า ท่านใดยังมิได้จองต้องรีบแล้วนะครับเพราะรับจำนวนจำกัด
ย่านความถี่กับการปรับแต่ง
มาทำความรู้จักกับย่านเสียงเพื่อการปรับแต่ง
เสียงต่ำ(ช่วงความถี่ 30-110Hz)
คือเสียงต่ำของคลื่นเสียงที่มากระทบกับตัวเรา
ได้แก่ความถี่ของ ดับเบิ้ลเบส ซับเบส กลองกระเดื่อง
เสียงกลาง(ช่วงความถี่ 110-3540Hz)
คือเสียงกลางต่ำ กลาง และกลางสูง
ซึ่งเสียงนี้มีชินดนตรีอยู่หลายชนิดเช่น
กลองสแนร์ กลองทอม กีตาร์ ไวโอลิน แซกโซโฟน คาริเน็ต ฟรุ๊ต
เสียงร้องของทั้งผู้หญิงผู้ชาย
เสียงสูง(ช่วงความถี่ 3540-20000Hz)
คือเสียงความถี่สูงที่มีชิ้นดนตรีที่เรารู้จักกันจะน้อยกว่าชิ้นดนตรีย่านเสียงกลาง
เช่นเสียง เบล เสียงเคาะแก้ว เสียงปลายแฉ เสียงสูงของออแกน เสียงปิกโกโล่ เปียโน
พิณฝรั่ง เป็นต้น
- เสียงร้องประเภท Bass:
เป็นเสียงร้องระดับต่ำของผู้ชาย จะมีความถี่หลักระหว่าง 70Hz-380Hz
และจะมีความถี่รองระหว่าง 380Hz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Baritone: เป็นเสียงร้องระดับกลางของผู้ชาย จะมีความถี่หลักระหว่าง 90Hz-400Hz และจะมีความถี่รองระหว่าง 400Hz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Tenor: เป็นเสียงร้องระดับสูงสุดของผู้ชาย จะมีความถี่หลักระหว่าง 130Hz-500Hz และจะมีความถี่รองระหว่าง 500Hz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Alto: เป็นเสียงร้องระดับต่ำสุดของผู้หญิง จะมีความถี่หลักระหว่าง 160Hz-950Hz และจะมีความถี่รองระหว่าง 950Hz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Soprano: เป็นเสียงร้องระดับสูงของผู้หญิง จะมีความถี่หลักระหว่าง 210Hz-1.2kHz และจะมีความถี่รองระหว่าง 1.2kHz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Baritone: เป็นเสียงร้องระดับกลางของผู้ชาย จะมีความถี่หลักระหว่าง 90Hz-400Hz และจะมีความถี่รองระหว่าง 400Hz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Tenor: เป็นเสียงร้องระดับสูงสุดของผู้ชาย จะมีความถี่หลักระหว่าง 130Hz-500Hz และจะมีความถี่รองระหว่าง 500Hz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Alto: เป็นเสียงร้องระดับต่ำสุดของผู้หญิง จะมีความถี่หลักระหว่าง 160Hz-950Hz และจะมีความถี่รองระหว่าง 950Hz-10kHz
- เสียงร้องประเภท Soprano: เป็นเสียงร้องระดับสูงของผู้หญิง จะมีความถี่หลักระหว่าง 210Hz-1.2kHz และจะมีความถี่รองระหว่าง 1.2kHz-10kHz
หูกับการได้ยิน
หูมนุษย์เป็นตัวการสำคัญของการได้ยินคลื่นเสียง ทำให้เกิดการรับรู้รับฟัง
และทำให้ระบบของการสื่อสารด้วยคลื่นเสียงครบสมบูรณ์
การรับรู้คลื่นเสียงโดยมนุษย์เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมาแม้ว่าที่ผ่านมาจะได้มีการค้นคว้าโดยนักวิจัยค้นคว้าหลายต่อหลายคน
ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบที่สมบูรณ์ได้ตลอดไปตนถึงการวิเคราะห์วิจัยเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างค่าที่ได้จากเครื่องมือวัดความดังของเสียงกับความรู้สึกต่อเสียงของหูมนุษย์
หูมนุษย์ประกอบด้วยส่วนของหู 3 ส่วน คือส่วนแรกหูส่วนนอก (Outer Ear) ประกอบด้วยใบหู
ช่องหู และเยื่อแก้วหู
ส่วนที่สองหูส่วนกลาง (Middle Ear) ประกอบด้วยกระดูกรูปค้อน
กระดูกรูปทั่ง และกระดูกรูปโกลน และส่วนที่สามหูส่วนใน (Inner Ear) ประกอบด้วยหน้าต่างรูปไข่ หลอดครึ่งวงกลม 3
หลอดและกระดูกก้นหอย
หูมนุษย์ ประกอบด้วยส่วนประกอบของหู 3 ส่วน คือ หูส่วนนอก หูส่วนกลาง หูส่วนใน
การได้ยินเสียงของหูมนุษย์เป็นดังนี้
คลื่นเสียงเมื่อผ่านช่องหูเข้ามา
ทำให้เยื่อแก้วหูเกิดการสั่นเยื่อ แก้วหูถูกต่อกับกระดูกรูปค้อน กระดูกรูปค้อนจึงสั่นตาม ส่งผ่านไปให้กระดูกรูปทั่งและกระดูกรูปโกลน
สั่นตามไปด้วย หูส่วนกลางต่อกับส่วนบนของลำคอ โดยมีท่อยูสเตเชียน
เป็นตัวทำให้อากาศผ่านเข้าไปยังหูส่วนกลางขณะกลืน
เพื่อให้ความดันในหูส่วนกลางเท่ากับความดันในอากาศ กระดูกรูปโกลนต่อกับหน้าต่างรูปไข่
เพื่อส่งผ่านการสั่นของคลื่นเสียงเข้าไปในหูส่วนใน ที่มีหลอดครึ่งวงกลม 3
หลอดต่อกับกระดูกก้นหอย
ภายในมีการบรรจุของเหลว
ที่ช่วยในการส่งถ่ายคลื่นเสียงอยู่ในรูปของความดันไปทำให้เยื่อบาชิล่าร์
ที่มีปลายประสาทสัมผัสอยู่และอยู่ในกระดูกก้นหอย รับรู้คลื่นเสียงที่ส่งเข้ามา
เยื่อบาชิล่าร์นี้ ยังสามารถแยกแยะความถี่เสียงที่รับได้ คลื่นเสียงถูกประสาทสัมผัสรับรู้เสียง
ส่งต่อไปให้สมองทำการแปลงการรับรู้เป็นการได้ยินเสียงต่อไป
ความดังเสียงและการได้ยิน
ความดังเสียงก็คือระดับแรงกดดันของเสียงที่เคลื่อนที่ไปในอากาศไปทำให้มนุษย์เกิดความรู้สึกและได้ยินเสียงนั้น
แรงกดดันของเสียงในอากาศน้อยความดังเสียงก็น้อย แรงกดดันของเสียงในอากาศมาก
ความดังเสียงก็มาก หูมนุษย์สามารถได้ยินเสียงดังแรงมากขึ้นเป็นลำดับ
หากแรงกดดันของเสียงในอากาศมากเกินไป ความดังของเสียงมีระดับสูงมาก
จนอาจเป็นอันตรายต่อการได้ยินเสียงของหูมนุษย์ได้
ความถี่เสียงและความดังเสียง
เสียงที่กำเนิดขึ้นมาจากแหล่งกำเนิดต่างๆ
จะมีความถี่เสียงที่แตกต่างกัน บางแหล่งกำเนิดอาจทำให้ เสียงความถี่ต่ำ
และบางแหล่งกำเนิดอาจจะทำให้เสียงความถี่สูง
ความถี่เสียงที่แตกต่างกันนี้เองเป็นตัวกำหนดระดับเสียงดนตรีในรูปแบบต่างๆ ออกมา
และใช้เป็นตัวแยกแยะช่วงระดับเสียงที่ถูกกำเนิดขึ้นมาในเครื่องดนตรีแต่ละชนิด
ความถี่เสียงที่มีระดับความถี่แตกต่างกัน
ย่อมมีผลต่อระดับแรงกดดันของเสียงในอากาศแตกต่างกัน
ในบางช่วงความถี่อาจมีแรงกดดันของเสียงในอากาศสูง
และบางช่วงความถี่อาจมีแรงกดดันของเสียงในอากาศต่ำลง
ความแตกต่างดังกล่าวนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความถี่ที่แตกต่างกัน
การทดสอบความดังต่อการตอบสนองความถี่ของหูมนุษย์ถูกเรียกว่า ทฤษฎีความดังที่เท่ากัน
(Equal Loudness Principle)
ทฤษฎีความดังที่เท่ากันนี้มีความสำคัญและเกี่ยวข้องโดยตรงกับนักออกแบบเสียง
โดยต้องคำนึงถึงระดับความดังขณะบันทึกเสียงและขณะเล่นเสียงกลับออกมา
ซึ่งจะมีผลต่อระดับเสียงทุ้มและเสียงแหลมที่ได้ออกมา อาจมากเกินไปหรืออาจลดลงเกือบหมด ความไว (Sensitivity) ในการตอบสนองความถี่ของหูมนุษย์ต่อระดับความดังของเสียง ความไวการได้ยินเสียงของหูมนุษย์ในระดับความถี่ต่างๆที่มีผลต่อระดับเสียงเปลี่ยนไปที่ความรู้สึกความดังเท่ากัน
การทดสอบความดังทำได้โดยตั้งความถี่เครื่องกำเนิดเสียงมาตรฐานไว้ที่ 1,000 Hz ปรับระดับความดังเสียงไว้ค่าหนึ่ง เช่น 10dB
นำเครื่องกำเนิดเสียงใดๆ ที่ปรับความถี่และความดังได้มาเทียบกับเครื่องกำเนิดเสียงมาตรฐานที่ตั้งไว้
โดยปรับความถี่ในค่าต่างๆ ให้มีความดังเท่ากับเครื่องกำเนิดเสียงมาตรฐาน
วัดและบันทึกค่าระดับเสียงที่ความถี่ต่างๆไว้
เมื่อเปลี่ยนระดับความดังเสียงของเครื่องกำเนิดเสียงมาตรฐานไปอยู่ในระดับอื่นๆ
และทดสอบในลักษณะเดียวกัน จะได้กราฟเส้นอื่นๆ ออกมา เรียงเป็นลำดับกันไป
ผลที่ได้ออกมาบอกให้ทราบว่าเส้นโค้งแต่ละเส้นที่ระดับความดังเดียวกัน
มีระดับเสียงในหน่วยระดับ dB-SPL แต่ละช่วงความถี่ไม่เท่ากัน
ความถี่และระดับเสียง
คลื่นเสียงเมื่อเคลื่อนที่ไปโดยมีการแกว่งตัวจากจุดเริ่มต้นไปทางช่วงบวก
และกลับมาช่วงลบ จนมาครบตำแหน่งที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
เรียกการเคลื่อนที่นี้ว่า การเคลื่อนที่ครบ 1 รอบคลื่น หรือ 1 ไซเคิล เมื่อทำการวัดจำนวนรอบคลื่นในการเคลื่อนที่ในเวลา
1 วินาที เราเรียกค่านี้ว่า ความถี่
นั่นคือความถี่เป็นการวัดจำนวนรอบคลื่นในเวลา 1 วินาที(c/s) มีหน่วยความถี่เป็น เฮริตซ์ (Hz) เช่น คลื่นเสียงเดินทางได้ 200c/s หรือ 200 Hz เป็นต้น
แถบความถี่เสียงในทางทฤษฎี มีความถี่ในช่วง 20-20,000 Hz แต่ในทางปฏิบัติจริงแล้ว
หูมนุษย์มีความสามารถได้ยินเสียงอยู่ในช่วง 20-18,000 Hz
เท่านั้น
ความถี่สูงกว่านี้หูมนุษย์ไม่มีความรู้สึกได้ยินเสียงการตอบสนองความถี่เสียงของหูมนุษย์
ยังขึ้นอยู่กับอายุ และอาการป่วยของแต่ละคนด้วย
การสูญเสียการได้ยินเสียงของหูมนุษย์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



